ภาวะบกพร่องทางสติปัญญา (Intellectual Disabilities)



ผู้เชียน พญ.นิศารัตน์ วัชรีอุดมกาล
เด็กที่มีภาวะความบกพร่องทางสติปัญญานั้น
มักมีปัญหาเกือบทุกด้านในชีวิตประจำวัน รวมทั้งปัญหาการเรียน
เนื่องจากเด็กมีข้อจำกัดหรือเพดานในการเรียนรู้
ทำให้ไม่สามารถทำสิ่งต่างๆได้เท่ากับเพื่อนในวัยเดียวกัน
เด็กที่มีภาวะความบกพร่องทางสติปัญญา ประกอบด้วย ลักษณะสำคัญ 3 ประการ คือ
เด็กจะมีความสามารถทางสติปัญญาต่ำกว่าเกณฑ์เฉลี่ย โดยมีระดับเชาว์ปัญญา หรือ IQ ต่ำกว่า 70 ประการที่สอง เด็กจะมีความบกพร่อง หรือไม่สามารถปรับตัวในชีวิตประจำวัน (เมื่อเปรียบเทียบกับเด็กรุ่นราวคราวเดียวกันในสังคมที่ใกล้เคียงกัน) อย่างน้อย 2 ใน 10 ด้าน คือ การสื่อสาร, การดูแลตนเอง, การใช้ชีวิตในบ้าน, การเข้าสังคมกับผู้อื่น, การใช้ทรัพยากรในชุมชน, การควบคุมตนเอง, ทักษะการเรียนรู้, การใช้เวลาว่าง, การทำงาน, สุขอนามัยและความปลอดภัยในชีวิต และมีอาการแสดงดังกล่าวก่อนอายุ 18 ปี
ความบกพร่องทางสติปัญญา

ความบกพร่องทางสติปัญญา แบ่งออกเป็น 4 ระดับ คือ
ระดับน้อย (IQ 50-70)

ปัญหาการเรียนเป็นปัญหาสำคัญที่พบได้บ่อยและทำให้ผู้ปกครองพาเด็กมาพบแพทย์ ส่วนใหญ่ไม่มีอาการแสดงทางร่างกาย จึงมักได้รับการวินิจฉัยเมื่อเด็กเข้าสู่วัยเรียน สามารถเรียนจนจบชั้นประถมปลาย ฝึกทักษะทางสังคมและอาชีพพอที่จะเลี้ยงตัวเองได้ในรูปแบบแรงงานที่ไม่ต้องใช้ทักษะฝีมือ

ส่วนระดับปานกลาง (IQ 35-50)

มักจะสังเกตเห็นพัฒนาการล่าช้าได้ตั้งแต่อายุ 2-3 ขวบ ศึกษาได้ในระดับประถมโดยเรียนในระบบการศึกษาพิเศษ สามารถฝึกทักษะการดูแลตนเอง และฝึกอาชีพได้บ้างในลักษณะงานง่ายๆไม่ซับซ้อนไม่ต้องใช้ทักษะฝีมือภายใต้การกำกับดูแล

ในกรณีระดับรุนแรง (IQ 20-35)

พบพัฒนาการผิดปกติตั้งแต่ขวบปีแรก มีความล่าช้าทุกด้าน อาจสื่อสารได้เพียงเล็กน้อยหรือพูดไม่ได้เลย ดูแลตนเองได้จำกัด ต้องดูแลอย่างใกล้ชิด และช่วยเหลือทุกด้านอย่างมากตลอดชีวิต

ในระดับรุนแรงมาก (IQ < 20)

พัฒนาการล่าช้าชัดเจนทุกด้านตั้งแต่แรกเกิด อาจมีความพิการทางกายซ้ำซ้อน หรือพบเป็นกลุ่มโรคต่างๆร่วมด้วย มีขีดจำกัดในการเข้าใจและใช้ภาษาอย่างมาก อาจจะฝึกการช่วยเหลือตนเองได้บ้าง แต่ต้องอาศัยการฝึกอย่างเข้มข้นและต้องดูแลใกล้ชิดตลอดชีวิต
แนวทางการดูแลรักษา

แนวทางการดูแลรักษา ประกอบด้วย
  • การส่งเสริมศักยภาพครอบครัวให้มีความรู้ ทักษะ ตลอดจนเจตคติที่ดีในการดูแล เห็นความสำคัญของการฝึกฝนทักษะต่างๆ และการปรับพฤติกรรมที่เป็นปัญหาอย่างถูกต้องเหมาะสมและต่อเนื่อง
  • การให้คำปรึกษาครอบครัวเพื่อลดความเครียด ร่วมกับการส่งเสริมพัฒนาการด้านต่างๆ ได้แก่ กล้ามเนื้อมัดใหญ่ (การเคลื่อนไหว การเดิน), กล้ามเนื้อมัดเล็ก (การหยิบจับ), การพูด, การเข้าสังคม,การดูแลตนเองในชีวิตประจำวัน รวมถึงการเรียน
  • ในกรณีที่มีปัญหาพฤติกรรมหรืออารมณ์รุนแรง ลมชัก ปัญหาสมาธิ แพทย์อาจพิจารณาใช้ยาเพื่อควบคุมหรือบรรเทาอาการร่วมด้วย